วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไท


กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย


         
 กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศเกิดขึ้นเนื่องจากความจำเป็นของสังคม (Social Necessity) และเพื่อให้สังคมมีความเป็นปึกแผ่น (Solidality) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ตระหนักในปัญหาของประเทศชาติและความสำคัญของกฎหมายดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ ในฐานะที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย (Legal Infrastructure) โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 
1. กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) : เพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวจากการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ 2. กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ Computer Relate Crime) : เพื่อคุ้มครองสังคมจากความผิดที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอันถือเป็นทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง (Intangible Object) 3. กฎหมายพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Commerce) : เพื่อคุ้มครองการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เนต 4. กฎหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange : EDI ) : เพื่อที่จะเอื้อให้มีการทำนิติกรรมสัญญาทางอิเล็คทรอนิกส์ได้ 5. กฎหมายลายมือชื่ออิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Signature Law) : เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คู่กรณีในอันที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อการลงลายมือชื่อ6. กฎหมายการโอนเงินทางอิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Funds Tranfer) : เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างหลักประกันที่มั่นคง 7. กฎหมายโทรคมนาคม (Telecommunication Law) : เพื่อวางกลไกในการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและมีประมิทธิภาพ ทั้งสร้างหลักประกันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้อย่างทั่วถึง (Universal Service) 8. กฎหมายระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ 9. กฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับอินเทอร์เนต 10. กฎหมายพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์           ปัจจุบันได้มีกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศออกมาประกาศใช้แล้ว ฉบับคือ พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2545 ซึ่งได้รวมเอากฎหมายพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าไว้ด้วยกัน โดยกฎหมายดังกล่าวและมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ เมษายน 2545 ที่ผ่านมา          ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์อย่างมากทั้งต่อตัวผู้กระทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพราะกฎหมายดังกล่าวได้ระบุเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าไว้ด้วย (เดิมปรับใช้จากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง)ประเด็นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศก็คือ การพัฒนากฎหมายเพื่อรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้น และศึกษาถึงธรรมเนียมประเพณีและสังคมการพาณิชย์ของไทย รวมทั้งปัญหาต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทย           สภาพปัญหาในปัจจุบันคือ กฎหมายไทยไม่เพียงพอที่จะให้ความคุ้มครองทางอิเล็คทรอนิกส์ ทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนไม่มั่นใจในการทำการค้าทางอิเล็คทรอนิกส์ เพราะเหตุความไม่มีประสิทธิภาพของระบบและโครงสร้างความไม่มั่นใจจากการถูกรบกวนและแทรกแซงจากบุคคลภายนอกผู้ไม่หวังดี รวมถึงความหวาดกลัวต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งมีมากในประเทศของเรา ประกอบกับผู้ใช้งานยังมีความกังขาในข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของนิติกรรมที่เกิดจากการพานิชย์อิเล็คทรอนิกส์ว่าจะมีผลผูกพันเพียงใด ทั้งจะมีการยอมรับการสืบพยานในศาลได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบการทำธุรกรรมในประเทศไทยทั้งในปัจจุบันและในอนาคตตัวอย่างอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์1.  วิธีการ : แฮคเกอร์ได้พัฒนามัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นแอนตี้ไวรัสสาหรับแมคที่สามารถถูกดาวน์โหลดไปยังเครื่องของผู้ใช้ที่คลิกลิงค์จากผลลัพธ์ในเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยสามารถแพร่กระจายตัวเองผ่านลิงค์ต่าง ที่อยู่ในอีเมล์ ทวีต หรือข้อความในเฟซบุ๊ค เพื่อพาเหยื่อเข้าไปยังเว็บไซต์อันตราย โดยแฝงตัวมาในรูปของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสปลอม ทาให้เกิดความเสียหาย ตั้งแต่สเแปมเมล์ หลอกเอาเงินจากเหยื่อในลักษณะต่างๆ จนถึงล็อคระบบให้เปิดใช้งานไม่ได้ โดยโปรแกรมเหล่านี้จะใช้วิธีส่งข้อความป๊อปอัพขึ้นมาบนหน้าจอ พร้อมทั้งแจ้งว่า ระบบของผู้ใช้ได้ติดไวรัส ก่อนที่จะหลอกขายซอฟต์แวร์"แอนตี้ไวรัสปลอม" เพื่อแก้ปัญหาโดยต้องเสียเงิน 80 - 100 เหรียญฯ (ประมาณ 2,400 - 3,000 บาท) โดยไม่ได้อะไรเลยเพียงแค่ทาให้ป๊อปอัพที่สร้างความราคาญ และวิตกกังวลใจกับผู้ใช้หายไปเท่านั้นความเสียหาย : สร้างความราคาญ สูญเสียทรัพย์ เกิดความขัดข้องในการใช้ระบบสาเหตุ : ผลประโยชน์ทางธุรกิจ2. วิธีการ : ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการออกประกาศเตือนภัยว่า ได้มีเว็บไซต์หลอกลวง (Phishing) โดยลอกเลียนแบบหรือทาให้เข้าใจผิดว่าเป็นเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการส่งเมล์ในนามธปท.เพื่อหลอกลวงประชาชนให้เข้ามาทาธุรกรรมการเงินต่างๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว โดยในเมล์ได้แนบ URL ที่มิจฉาชีพได้สร้างเลียนแบบไว้ ให้สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ด้วย ทาให้ผู้ที่ได้รับอีเมล์เข้าใจผิดและอาจหลงเชื่อว่าเป็นการส่งเมล์ของธปท. ทั้งนี้หากมีการดาเนินธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บไซต์อาจจะถูกล้วงข้อมูลที่สาคัญทางการเงิน หรืออาจจะทาให้เสียทรัพย์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ความเสียหาย : สูญเสียข้อมูลทางการเงินและสูญเสียทรัพย์สาเหตุ : ต้องการให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการดาเนินธุรกรรมทางการเงินกับ ธปท. เพื่อล้วงข้อมูลทางการเงินและต้องการทรัพย์

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ เด็กชาย สิรภพ เทศทอง
ชื่อเล่น ชื่อ ฟร๊องซ์ 
อีเมล two_za_290@hotmail.com





เกิดเมือ วันที่ 13 กรกฎาคม 2541

เรียนอยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1

ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนวัดราชโอรส

ที่อยู่ 860 ถนน เอกชัย แขวง บางบอน เขตบองบอน กรุงเทพมหานคร 10150

นิสัย เป็นคนง่ายๆไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ ชอบการแข่งขัน เป็นคนที่ง่วงนอนตลอดเวลา เป็นคนขี้หนาว แต่เหงื่อออกง่าย เป็นคนเบื่ออะไรง่าย เบื่อแล้วเบื่อเลย

อาหารที่ชอบ กุ้งชุบแป้งทอด ปลาอินทรีทอด

อาหารที่ไม่ชอบ เครื่องในทุกชนิด


ต้นไม้ที่ชอบ ทุกชนิดที่ไม่มีผลร้ายต่อร่างกาย

งานอดิเรก เล่นดนตรี

วิชาชอบ คณิตศาสตร์ ดนตรี วิทยาศาสตร์ 

สัตว์ที่ชอบที่สุด สุนัขพันธ์อาฟกันฮาว


สัตว์ที่ไม่ชอบ หนู

ผลไม้ที่ชอบรับประทาน ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล มะพร้าว

สถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ สุพรรณบุรี

โรงเรียนที่จะต่อในมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

อาชีพที่อยากทำในอนาคต วิศวกรไฟฟ้า

สิ่งที่อยากทำในอนาคตมากที่สุด อยากมีเงินมากๆ